พัดลมระบายอากาศ สำคัญไฉน? เลือกอย่างไรให้เหมาะสม?

32,865 Views เผยแพร่ 14 ก.ค. 58
พัดลมระบายอากาศ สำคัญไฉน? เลือกอย่างไรให้เหมาะสม?

พัดลมระบายอากาศ หรือ พัดลมดูดอากาศ แต่ก่อนมีความเชื่อว่าจะติดตั้งเฉพาะในพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเท่านั้น จากนั้นก็เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายไม่เฉพาะพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่อง ปรับอากาศเท่านั้น แม้แต่ในห้องครัว ห้องน้ำ หลายบ้านก็เลือกที่จะติดตั้ง "พัดลมระบายอากาศ" กันมากขึ้น นั้นเพราะว่าพัดลมระบายอากาศสามารถระบายกลิ่นไม่พึงประสงค์ไม่ให้เกาะติดอยู่ตามผ้าม่าน วอลล์เปเปอร์และตามเสื้อผ้าของคุณได้ อีกทั้งยังช่วยให้อากาศในบ้านหมุนเวียนได้ดีขึ้น

เมื่อพัดลมระบายอากาศมีประโยชน์มากขนาดนี้ หากคุณต้องการจะมีติดไว้ในบ้านต้องทำอย่างไร? ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องยากวันนี้เราจะมาบอกตั้งแต่วิธีเลือกซื้อ ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลรักษากันเลยทีเดียว

ก่อนอื่นคุณต้องทราบก่อนว่า "พัดลมระบายอากาศ" มีหลายประเภท หลากหลายการใช้งานในห้องรูปแบบต่างๆ ในปัจจุบันหากจะกล่าวอย่างกว้างๆ ก็สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทคือ

  1. พัดลมระบายอากาศแบบติดผนัง
  2. พัดลมระบายอากาศแบบติดกระจก
  3. พัดลมระบายอากาศแบบฝังฝ้าไม่ต่อท่อระบายอากาศ
  4. พัดลมระบายอากาศแบบต่อท่อฝังฝ้า

 

วิธีเลือกพัดลมระบายอากาศ

สำหรับห้องน้ำทั่วๆไปสำหรับบ้านในเมืองนั้น ต้องคำนึงเรื่องหลักการการไหลของอากาศเป็นสำคัญ เพราะโดยปกติลมจะเข้าช่องเล็ก-ออกช่องใหญ่ , เข้าช่องล่าง-ออกช่องบนตามทฤษฎีอากาศร้อนจะลอยขึ้นบน อากาศเย็นจะตกลงด้านล่าง , การระบายอากาศที่ถูกต้องนั้นต้องเกิดการไหลเวียนของอากาศภายนอกเข้ามาในตัว บ้าน ไม่ใช่ว่าดูดอากาศออกไปอย่างเดียว หรือเป่าลมเข้ามาอย่างเดียวอย่าง เช่น การเปิดประตูหน้าบ้านไว้แต่ปิดประตูหลังบ้านไว้อย่างนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการ ระบายอากาศที่ดีที่ถูกต้อง ถ้าห้องน้ำที่ไม่สามารถเปิดช่องระบายอากาศได้ก็ควรจะหาวิธีระบายอากาศจาก ภายในสู่ภายนอก ด้วยการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ

 

การเลือกซื้อพัดลมดูดอากาศ

อย่างแรกต้องดูลักษณะห้อง ถ้าเป็นห้องที่ปิดมิดชิด ควรติดแบบมีระบบดูดเข้า-ออก ถ้าเป็นห้องที่มีการไหลเวียนของอากาศให้ติดแบบมีระบบดูดออกอย่างเดียว เช่น ห้องครัว

จากนั้นต้องหาจุดสำหรับติดตั้ง ควรพิจารณาทิศทางการไหลเวียนของอากาศภายในห้องเป็นหลัก ควรติดพัดลมระบายอากาศตรงด้านที่รับการไหลเข้าของอากาศในห้อง ถ้าผนังด้านนั้นสามารถดูดออกอากาศผ่านออกไปได้เลย ให้ใช้แบบติดผนังหรือแบบติดกระจก แต่ถ้าไม่สามารถระบายออกได้โดยตรงต้องติดแบบฝังเพดาน

ขนาดของห้องก็สำคัญ วิธีการคำนวณเพื่อเลือกขนาดหรือรุ่นของพัดลมระบายอากาศ ตามขนาดอากาศภายในห้อง ซึ่งในเรื่องนี้ขอให้คุณเอาขนาดห้องของคุณ กว้าง x ยาว x สูง ไปบอกพนักงานขายก็พอ แล้วเขาจะบอกเองว่าห้องของคุณควรเลือกใช้พัดลมดูดอากาศขนาดเท่าไร

 

วิธีติดตั้งพัดลมดูดอากาศ

  1. กำหนดจุดติดตั้งพัดลมระบายอากาศ โดยให้ตำแหน่งติดอยู่ตรงข้ามกับทิศที่ลมเข้า หรือใกล้กับจุดที่ ต้องการถ่ายเทอากาศสูงๆ ความสูงควรอยู่ประมาณ 1.80-2.40 เมตร
  2. วัดขนาดหน้ากว้างของพัดลมและขีดทำเครื่องหมายที่ผนังขีดเป็นเส้นวัดให้ได้ระดับไม่เอียง
  3. เจาะผนังด้วยสกัดและสว่านเจาะกระแทก แต่งขอบให้เรียบร้อย ทดลองนำพัด ลมระบายอากาศมาทาบดูให้พอดี หากเป็นผนังไม้ให้ใช้เลื่อยจิ๊กซอร์ตัดผนังให้ตามแนว แล้วแต่งตามมุม อีกครั้งด้วยสิ่วและหนุนโครงไม้ด้านในด้วย กันผนังยุบเวลายึดพัดลม
  4. ยึดพัดลมเข้ากับช่องที่เจาะ โดยถอดแกนกลางแยกพัดลมออกเป็นด้านนอก-ด้านใน เจาะผนังยึดพัดลมเข้ากับผนัง ระวังตรวจสอบดูทิศทางการดูดเข้า-ออกของพัดลมให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ ส่วนผนังปูนควร จะฝังพุกยึดสกรูในตอนยึดพัดลมด้วย
  5. เดินสายไฟจากเมนไฟที่ปลั๊กเดิมในจุดที่ใกล้ทีjสุดโดยแนวสายไฟให้แนบตามมุมห้องให้มากที่สุดติตัว       
  6. ปลั๊กที่ปลายสายไฟที่ต่อมาให้อยู่ใกล้ๆกับพัดลมดูดอากาศ
  7. ทดลองเสียบและเปิดพัดลมระบายอากาศ ตรวจดูทิศทาง การดูดเข้า-ออก

 

วิธีทำความสะอาดพัดลมดูดอากาศ

  1. เตรียมกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าไว้ เพื่อสำหรับวางส่วนประกอบต่างๆ ของพัดลมดูดอากาศที่ถอดออกมา เพื่อป้องกันคราบสกปรกต่างๆที่อาจจะเปื้อนได้
  2. ถอดฝาปิดตัวใบพัด โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา แล้วดึงใบพัดออกมา ควรสวมถุงมือป้องกันคราบสกปรก
ต่างๆ ระหว่างทำงาน
  3. ถอดฝาครอบตัวนอกของเครื่องออก จนเห็นตัวน๊อตที่ยึดกับตัวฐานของพัดลมออก โดยใช้ไขควง
  4. หลังจากนั้นดึงตัวฐานพัดลมออกมาจากฝาครอบตัวด้านในออก
  5. ล้างทำความสะอาดตัวใบพัด และฐานพัดลมที่ถอดออกมาล้าง โดยใช้น้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอก ผสมน้ำ ใช้ฟองน้ำนุ่มๆเช็ดทำความสะอาด คราบสกปรกและคราบ น้ำมัน ต่างๆ ไม่ควรวัสดุขัดที่มีความคม เพราะจะทำให้เกิดรอยได้ จากนั้นเมื่อแห้งจึงประกอบเข้าที่ตามเดิม

 

วิธีการดูแลรักษาพัดลมดูดอากาศ

  1. ไม่ควรเปิดพัดลมดูดอากาศทิ้งทั้งวัน ควรเปิดหน้าต่างเพื่อใช้ลมธรรมชาติ ช่วยถ่ายเทอากาศในห้องควบคู่ไปด้วย
  2. หมั่นทำความสะอาดใบพัดและตะแกรง อย่าให้มีฝุ่นเกาะและควรตั้งความเร็วพัดลมให้พอเหมาะ ไม่เร็วหรือช้าเกินไป จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีและเป็นการประหยัดไฟได้ด้วย
  3. ห้องที่จะติดเครื่องปรับอากาศ ควรเลือกติดตั้งขนาดพัดลมระบายอากาศให้เหมาะสมเพราะการติดตั้งขนาดใหญ่เกิน ไปจะทำให้สิ้นเปลืองไฟ

 

ที่มา : บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์

ลงประกาศขาย-เช่าฟรี คำนวณการขอสินเชื่อ

คุ้มค่าน่าอ่าน

ประกาศซื้อ-ขายมาใหม่

SHARE

Share Tweet Share
BanKumKa.Com เป็นเว็บไซต์ศูนย์กลางสำหรับซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ด้วยข้อมูลที่พร้อมทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่หรือบ้านมือสอง อีกทั้งบทความและข่าวสารที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้คุณได้คัดสรรทรัพย์ที่ดีที่สุดได้ในเว็บไซต์ BanKumKa.com ที่เดียว