นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังประมูลหาเอกชนมาร่วมลงทุนก่อสร้าง และบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี วงเงิน 53,490 ล้านบาท โดยเป็นค่างานโยธา 20,135 ล้านบาท ว่า โครงการดังกล่าวมีเส้นทางเริ่มจากบริเวณทางแยกแคราย ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูนบางใหญ่ วิ่งบนถนนติวานนท์จนถึงห้าแยกปากเกร็ด แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ผ่านเมืองทองธานี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต ที่แยกหลักสี่ บนถนนวิภาวดีรังสิต และเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญบนถนนพหลโยธิน ต่อจากนั้นจะวิ่งบนถนนรามอินทราจนถึงมีนบุรี โดยมีปลายทางที่แยกถนนรามคำแหง - ร่มเกล้า ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายนี้ เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail)
จากเส้นทางดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า รถไฟฟ้าสายสีชมพู มีเส้นทางเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวน ทำหน้าที่ป้อนผู้โดยสารให้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีแดง สีเขียว และสีส้ม เพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองต่อไป กล่าวได้ว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง มีส่วนน้อยเท่านั้นที่เดินทางระหว่าง แคราย-เมืองทองธานี-ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ-มีนบุรี หมายความว่า ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนใหญ่จะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง จึงจะสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้ ทำให้เกิดความไม่สะดวก และเสียเวลา อีกทั้งตลอดแนวเส้นทางมีแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งทำงานที่มีคนหนาแน่นเฉพาะที่เมืองทองธานี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จะทำให้รถไฟฟ้าสายสีชมพู มีผู้โดยสารไม่มากตามที่รฟม.ได้คาดการณ์ไว้
"ปริมาณผู้โดยสารตามที่รฟม.ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาให้ศึกษาไว้ พบว่าในปีแรกที่เปิดให้บริการคือ ปี พ.ศ.2562 ซึ่งถึงเวลานี้เปิดไม่ทันแน่ จะมีผู้โดยสารถึงวันละประมาณ 181,000 คน โดยผมมั่นใจว่า เมื่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการจริง จะมีผู้โดยสารน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก การประมูลรถไฟฟ้าสายนี้ รฟม. ได้ประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทซื้อซองเอกสารประกวดราคาหลายรายก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลายื่นซองในวันที่ 7 พ.ย. อาจไม่มีบริษัทใดยื่นซอง หรือมีเพียงไม่กี่รายก็ได้ เป็นเพราะเอกชนรู้ดีว่า ถ้าเขาลงทุนเป็นสัดส่วนจำนวนมากจะขาดทุนแน่นอน เนื่องจากจะมีผู้โดยสารน้อยไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ประกอบกับเขาได้เห็นตัวอย่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่มีผู้โดยสารน้อยมาก ทำให้ รฟม.ต้องแบกภาระการขาดทุนถึงวันละประมาณ 3.5 ล้านบาท"
ด้วยเหตุนี้ หาก รฟม.ไม่สามารถหาเอกชนมาร่วมลงทุนได้ ตนขอเสนอให้รฟม.ชะลอการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูไว้ก่อน ไม่ต้องการให้ รฟม. ลงทุนก่อสร้างเองทั้งหมด เพราะจะประสบปัญหาการขาดทุน เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง เก็บเงินไว้ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่นที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารมากดีกว่า เช่น สายสีส้ม เป็นต้น
ทั้งนี้ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลเร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าตามแผนแม่บท แต่จะต้องจัดลำดับความสำคัญของเส้นทางเสียใหม่ เส้นทางใดควรสร้างก่อน เส้นทางใดควรสร้างหลัง ไม่ใช่เลือกที่จะสร้างเส้นทางที่ไม่ต้องเวนคืนที่ดินหรือเวนคืนน้อย แต่จะต้องพิจารณาถึงความต้องการในการเดินทางว่ามีผู้โดยสารมากน้อยเพียงใด อย่าสร้างไว้รอผู้โดยสารเสียดายเงิน
ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา
ขายคอนโด The Reserve Sukhumvit 61 ชั้น 5 พร้อมผู้เช่า วิวสวยที่สุดในตึก ทำเลดี ใกล้ BTS เอกมัย
ขายอาคารพาณิชย์ใหม่ 3 ชั้น ทำเลดี ติดถนนเส้นสุวรรณสร 33 จังหวัดปราจีนบุรี
ขายที่ดินเปล่า 4-2-50 ไร่ ทำเลศักยภาพ ติดคลองกระเฉท น้ำไหลตลอดปี ใกล้นิคมอุตสาหกรรม ต.มาบข่า ระยอง
ขายด่วน พูลวิลล่า หัวหิน ประจวบฯ ใกล้ทะเล เดินทางสะดวก 2 ชั้น 3 ห้องนอน ตกแต่งเสร็จเรียบร้อย พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที Tel.