ตัวเลขหนี้บุคคลกำลังทะยานสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชีย ควบคู่ไปกับบทบาทและสัดส่วนทางเศรษฐกิจของแหล่งเงินกู้ที่ไม่ใช่สถาบันธนาคารที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ทำให้หน่วยงานผู้กำกับดูแลระบบการเงินการธนาคารเกิดความวิตกกังวลมากขึ้น เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินในภาพรวมได้ในอนาคต
เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า "ธนาคารเงา" หรือ shadow banking ซึ่งเป็นการปล่อยกู้โดยแหล่งการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารและไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแลอย่างเข้มงวดของหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของปรากฏการณ์เงินกู้พุ่งทะยานในประเทศจีน โดยนับจากปี 2551 เป็นต้นมา ธนาคารเงาเป็นแหล่งปล่อยกู้ในสัดส่วนถึง 1 ใน 5 ของการปล่อยกู้ทั้งหมดในจีน เหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นกระแสแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ จีน และมาเลเซียเช่นกัน ซึ่งจะว่าไปแล้วมันเป็นกระแสที่เกิดขึ้นทุกที่ในประเทศที่ประชาชนกำลังมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้ให้กู้ในระบบธนาคารเงา ซึ่งครอบคลุมถึงสหกรณ์ ผู้ปล่อยกู้ทั่วไป สถาบันผู้ออกบัตรเครดิต และบริษัททรัสต์ ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและควบคุมอย่างเข้มงวดเหมือนกับบรรดาธนาคารพาณิชย์ และมักจะเน้นกลุ่มลูกค้าไปที่ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้กู้ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งก็ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจภาพรวมที่แตกต่างออกไป
โดยปกติแล้วธนาคารเงาไม่ได้นำเงินจากการฝากเงินของลูกค้ามาปล่อยกู้เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป บางครั้งบางคราวก็เป็นการนำเงินจากผู้ที่มีเงินเหลือและต้องการสร้างผลตอบ แทนที่สูงกว่าการฝากเงินไปปล่อยกู้ให้แก่ผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของตราสารหนี้หรือตราสารทุนที่ทำออกมาจำหน่าย การปล่อยกู้ลักษณะนี้เคยถูกกล่าวหาเป็นตัวการของปัญหาอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาก่อนเกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ แต่ในประเทศกำลังพัฒนาของเอเชีย รูปแบบการปล่อยกู้ของแหล่งเงินกู้แบบธนาคารเงาไม่ได้ซับซ้อนมากมายนัก และส่วนใหญ่ก็มุ่งให้กู้แก่ผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ไม่มีหรือขาดช่องทางเข้าหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันธนาคาร ซึ่งก็ทำให้พวกเขาต้องแบกรับดอกเบี้ยหรือต้นทุนกู้ที่สูงกว่าปกติด้วยเช่นกัน
แม้ว่าระบบธนาคารเงาในเอเชียจะมีบทบาทน้อยกว่าในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป (ในแง่ขนาดและผลกระทบ) แต่ระบบดังกล่าวก็มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว จากข้อมูลของคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน หรือ Financial Stability Board ซึ่ง เป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินระหว่างประเทศ พบว่า สินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นในอัตรามากกว่า 10% ในปี 2556 ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับ 7%
ระบบธนาคารเงาของจีนมีขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 4% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของแหล่งเงินกู้ที่ไม่ใช่ธนาคารทั่วโลก (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2556) เพิ่มจากที่เคยมีสัดส่วนเพียง 1% ในปี 2550 สวนทางกับในสหรัฐอเมริกา ที่สินทรัพย์ในระบบธนาคารเงาลดลงจาก 41% เหลือเพียง 33% ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนในประเทศไทยการปล่อยกู้นอกระบบธนาคารมีสัดส่วนคิดเป็น 28% ของมูลค่ารวมของเงินกู้ภาคครัวเรือน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2557) หรือคิดเป็นมูลค่า 2.94 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นถึง 48% เมื่อเทียบกับข้อมูลในปี 2554 ทั้งยังเป็นอัตราเพิ่มที่สูงกว่าการปล่อยกู้ในระบบธนาคารที่ขยายตัวที่อัตรา เพียง 40% ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจในปี 2557 ของคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงินพบว่า หน่วยงานกำกับดูแลระบบการเงินของเอเชียยังคงมองว่า ระบบธนาคารเงาไม่ได้สร้างความเสี่ยงต่อระบบการเงินในภาพรวมเหมือนอย่างใน สหรัฐฯหรือยุโรป สาเหตุสำคัญคือขนาดของการกู้จากธนาคารเงาในเอเชียยังเล็กกว่ามากเมื่อเทียบ กับโลกตะวันตก ทั้งนี้ ระบบธนาคารของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียยังมีบทบาทมากกว่าโดยมีสินทรัพย์ในระบบการเงินในภาพรวมมากกว่า 50% และอีกส่วนหนึ่งก็มองเห็นว่า ระบบธนาคารเงายังมีข้อดีคือเป็นแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย
แม้แต่ในประเทศพัฒนาแล้วของเอเชียอย่างเกาหลีใต้ ก็ยังเห็นแนวโน้มบทบาทที่สูงขึ้นของระบบธนาคารเงาเนื่องจากภาครัฐมีกฎ ระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการปล่อยกู้ของธนาคาร ทำให้ผู้ที่ต้องการกู้เงินต้องหันไปพึ่งระบบธนาคารเงาแทน สถิติชี้ว่าแหล่งเงินกู้ที่ไม่ใช่ธนาคารของเกาหลีใต้มีการปล่อยกู้ในปี 2557 เป็นมูลค่ารวมกันถึง 583 ล้านล้านวอน หรือกว่า 5.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้า สำหรับเกาหลีใต้แล้ว สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารคือผู้ปล่อยกู้ราวๆ 50% ของการกู้ภาคครัวเรือนทั้งหมด (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2557) เป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 42% ในปี 2550 สาเหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือทางการ เงินของผู้ที่ต้องการกู้เงินจากธนาคาร ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆจำเป็นต้องพึ่งเงินกู้จากระบบธนาคารเงา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้ได้พยายามเข้ามากำกับดูแลและจำกัดการเติบโตของระบบธนาคารเงา โดยเฉพาะในแง่การปล่อยกู้ให้กับบริษัทก่อสร้างหรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ราย ย่อย ด้วยการเพิ่มเงื่อนไขในการปล่อยกู้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์ของแหล่งเงินกู้ที่ ไม่ใช่ธนาคาร และขณะเดียวกันก็ลดหย่อนเงื่อนไขการปล่อยกู้ภาคอสังหาฯให้กับธนาคาร เพื่อจูงใจให้บริษัทอสังหาฯใช้บริการเงินกู้จากสถาบันธนาคาร มาตรการดังกล่าวมีผลทำให้การปล่อยกู้นอกระบบธนาคารของเกาหลีใต้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 8 แสนล้านวอน จากที่เคยสูงถึง 2.7 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
เช่นเดียวกับในมาเลเซียที่การเพิ่มเงื่อนไขการปล่อยกู้ในภาคอสังหาฯที่เข้มงวด มากขึ้น ส่งผลให้มูลค่ารวมของการปล่อยกู้นอกระบบธนาคารเติบโตในอัตราที่น้อยลง คือเติบโตที่ระดับเพียง 10% ในปี 2557 จากที่เคยโตถึง 22% ในปี 2555
กระนั้นก็ตามสิ่งจำเป็นยิ่งไปกว่านั้นสำหรับการควบคุมการเติบโตของระบบธนาคารเงา เพื่อควบคุมความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่อระบบการเงินภาพรวมในอนาคต ก็คือการทำให้ผู้ต้องการกู้ที่มีรายได้น้อยมีโอกาสมากขึ้นในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคาร ซึ่งมีการควบคุมดูแลจากหน่วยงานภาครัฐและมีต้นทุนกู้ต่ำกว่าแหล่งเงินกู้นอกระบบ เพราะตราบใดที่พวกเขายังเข้าไม่ถึงแหล่งทุนที่จำเป็น ตราบนั้นก็คงยังต้องหันเข้าหาแหล่งเงินกู้นอกระบบธนาคารแม้จะต้องจ่าย ดอกเบี้ยสูงมากก็ตาม
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ศุภาลัย มอนเต้2 ห้องสูง วิวโล่ง แดดเช้า ลมดี ราคานี้ถือว่าดีมาก พร้อมเข้าอยู่ทันที
ดี คอนโด ซายน์ ห้องมุม ใหม่เอี่ยม พร้อมเข้าอยู่ ติดเซ็นทรัล เฟสติวัลเชียงใหม่
นครพิงค์ซิตี้วิว (คันคลอง) ห้องวิวดอย รับลมดี เครื่องใช้ไฟฟ้าครบ มีโควตาต่างชาติ ใกล้นิมาน เมญ่า มช
ทาวน์เฮ้าส์2ชั้น อินดี้ บางใหญ่ (INDY BANG YAI) ** 5 นาที ถึงเซ็นทรัล เวสต์เกต **